จงอย่าตัดสินคนจากเหตุการเดียวที่เห็น
เด็กน้อยคนหนึ่งได้ถือแอปเปิ้ล 2 ลูกไว้ในมือ เมื่อแม่เห็นจึงเดินเข้าไปแล้วพูดว่า แม่ขอแบ่งลูกนึงได้ไหม
เมื่อเด็กน้อยได้ฟังเช่นนั้น สิ่งที่เธอทำก็คือ การกัดแอปเปิ้ล 1 คำทั้ง 2 ลูก
เมื่อแม่เห็นเช่นนั้นก็อดที่จะรู้สึกนี้ไม่ดีกับลูกไม่ได้ ทำไมลูกฉันถึงเป็นคนแบบนี้ มีแอปเปิ้ลทั้ง 2 ลูก แต่กลับไม่ยอมแบ่งปันเลย
ทันใดนั้น เด็กน้อยก็ยื่นแอปเปิ้ล 1 ลูกให้แม่ แล้วพูดว่า ลูกนี้หวานกว่าค่ะแม่
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็อย่าตัดสินคนจากแว๊บแรกที่เห็น ให้โอกาสเขาอธิบายหน่อย เพราะบางที สิ่งที่เราเห็น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริงๆก็ได้
ผมชอบนิทานข้างต้นเรื่องนี้มาก มันเป็นเรื่องสั้นๆ ที่เข้าใจง่าย และสอนใจได้ดีเลยทีเดียว แต่ประเด็นของเรื่องนี้คือ เขาไม่อยากให้เราตัดสิน ใครง่ายๆขนาดนั้น ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์เดียว ที่เราไม่โอเคก็ตัดสินไปแล้ว ว่าเขาเป็นคนไม่ดี
ถ้าผมลองเปลี่ยนตอนจบดูละครับ จะเป็นยังไง “เด็กน้อยกัดแอปเปิ้ล 2 คำ แล้วพูดกับแม่ว่า” ไม่เอา หนูจะกินทั้ง 2 ลูกเพียงคนเดียว
แบบนี้เราก็จะตีตรา และมองว่าเด็กคนนี้ช่างเห็นแก่ตัวจริงๆสินะครับ
เห็นไหมครับ พวกเราตัดสินอีกแล้ว แค่เปลี่ยนประโยคท้ายประโยคเดียวเท่านั้น คนเราก็กลับมาตัดสิน ว่าเด็กคนนี้เป็นคนนิสัยไม่ดีอีกตามเคย
ซึ่งความจริงแล้ว เหตุผลที่เด็กคนนี้เลือกที่จะกินสองลูกคนเดียว อาจจะเป็นเพราะว่า กว่าที่เธอจะได้ แอปเปิ้ล 2 ลูกนี้มา มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายก็ได้
หรือเธออาจจะหิวมาก เพราะไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเหตุผลอะไร ที่เธอเลือกจะกิน 2 ลูกโดยไม่แบ่งปัน เรากลับไม่ถามเธอสักคำ แต่ตัดสินเธอในทันที
มนุษย์เรามักจะแบ่งขาว ดำอย่างชัดเจนเสมอ ทั้งๆที่หลายครั้งก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันอาจจะเป็นสีเทาก็ได้
ผมเคยเจอคำพูดหนึ่งในคอมเม้น เขากล่าวชื่นชมชายคนหนึ่งประมาณว่า ถึงเขาจะเป็นคนพูดจาหยาบคาย แต่เขาก็เป็นคนนิสัยดีนะ
ด้วยประโยคนี้ทุกคนที่ชอบเขา มักจะตีความไปว่า ชายคนนี้เป็นคนที่ดีที่สุด
ทั้งๆที่บนโลกใบนี้ คนที่พูดจาเพราะ แต่นิสัยดีด้วยก็ใช่ว่าจะไม่มี แต่เมื่อเขาคือคนที่เราชอบ เราก็จะมองการกระทำของเขาเป็นสีขาวเสมอ
ในทางกลับกัน หากเขาคือคนที่เราไม่ชอบ เราก็จะมองการกระทำของเขาเป็นสีดำในทันทีเช่นกัน
แล้วเพราะว่ามนุษย์เราแบ่งแยกขาวดำชัดเจนอยู่แบบนี้ มันจึงทำให้เมื่อเราพบเจอ หรือเห็นเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ที่ดูจะเป็นเรื่องไม่ดี เราก็จะตีความไปในทันทีว่า คนๆนั้นเป็นคนไม่ดีไปด้วย
ทั้งๆที่ความเป็นจริงมันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยก็ได้
ก็แล้วถ้าแบบนั้นเราควรจะทำยังไงดีล่ะ
ถ้าถามผม ผมก็คงอยากจะชักชวนให้ทุกคน ขึ้นไปอ่านนิทานสั้นๆบนย่อหน้าแรกกันอีกสักรอบ เพราะมันได้เฉลยคำตอบไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เราก็แค่อย่ารีบตัดสิน อย่าด่วนสรุป ไม่ว่าการกระทำนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ให้เวลาเขาได้อธิบาย ปล่อยให้เขาได้เฉลยให้ฟัง ว่าเขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร
เชื่อว่าหากเราใจเย็นพอ รอฟังคำอธิบาย ถึงตอนนั้น เราจะเข้าใจกันมากขึ้นได้ อย่างแน่นอน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น