มาตั้งเป้าหมายสำหรับปีหน้ากันเถอะ
เมื่อช่วงนี้ของปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสทักเพื่อนสมัยมัธยมคนหนึ่งไป ผ่านทาง Instagram Message ก็ตามประสาคนที่ไม่ได้คุยกันนานกว่า 7 ปี ผมก็ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบเข้าไปเรื่อยเปื่อย
แต่ระหว่างที่กำลังคุยนั้น ก็นึกขึ้นได้ครับว่า มันใกล้จะปีใหม่แล้ว ไอ้เราก็ทำช่อง YouTube แนวข้อคิดสอนใจซะด้วย จะไม่ถามถึงเป้าหมายที่วางไว้เลยมันก็คงไม่ใช่
หลังจากที่ถามไปว่าเป้าหมายในปีหน้าได้วางแผนทำอะไรไว้บ้างหรือเปล่า ผมก็ได้รับคำตอบที่ราวกับว่าสามารถอ่านใจเพื่อนได้กลับมา ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ได้คิด ยังไม่ได้วางแผนอะไรไว้เลย
คำตอบของเขาที่พรั่งพรูออกมานั้น ล้วนเป็นคำตอบที่ด้นสดโดยทั้งสิ้น สิ่งที่เขาตอบออกมานั้น ล้วนเป็นสิ่งที่เขาเคยทำแล้ว และทำอยู่เป็นประจำทั้งนั้น
ฟังปุ๊บก็รู้เลยว่า นายยังไม่ได้วางแผนอะไร นายก็แค่เอาสิ่งที่ทำอยู่มาตอบก็เท่านั้น
แต่ก็มีคำตอบนึงที่ดูเหมือนว่าเขาจะตั้งใจตอบเป็นพิเศษ เขาบอกผมว่าเขาจะเที่ยวรอบโลก (ใช่ครับเพื่อนผมคนนี้ค่อนข้างรวยเลยทีเดียว)ถ้ามันจะไปเที่ยวจริงๆก็คงทำได้แหละ
หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ติดต่อกับเขาเลย ได้แต่เห็นแว่บๆผ่าน IG นานๆทีจะโผล่มา
ดูเหมือนตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็คือปีนี้นี่ล่ะครับ ในการวางแผนที่จะเที่ยวรอบโลกของเขานั้น กลับพาเข้าไปเพียงแค่ฮ่องกงประเทศเดียวเท่านั้น
ทุกอย่างเริ่มเด่นชัดแล้วครับว่าสิ่งที่เขาตอบผมนั้น เป็นการด้นสดอย่างแท้จริง เขาก็แค่ใช้ชีวิตไปวันๆโดยไม่ได้มีเป้าหมายอะไรเป็นพิเศษ
ทว่า เมื่อเดือนที่แล้ว อยู่ดีๆเพื่อนของผมคนนี้ก็โพสต์รูปไม่ยอมหยุด เขาโพสต์รูปเขาถอดเสื้อและโชว์ซิกแพคให้กับผู้ติดตามของเขาได้รับชม (ลงสตอรี่ทุกวันด้วย)
มีแคปชั่นนึงของเขาได้เขียนประมาณว่า เขาได้สร้างวินัยให้กับตัวเองและทั้งหมดนั้น มันเกิดขึ้นภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา
ช่างเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากครับ ที่เขาสามารถเอาชนะใจตัวเอง และจริงจังกับการสร้างรูปร่างในฝันขึ้นมาได้
แต่ประเด็นที่น่าสนใจที่ทำให้ผมหยิบยกเรื่องนี้มาเล่าให้กับทุกคนได้ฟังนั่นก็คือ บางครั้ง เป้าหมายหรือความฝัน มันไม่จำเป็นต้องเกิดตอนต้นปีก็ได้ครับ
ดูอย่างเพื่อนผมสิ 3 เดือนสุดท้ายก่อนจะถึงปลายปี เขาเพิ่งจะเริ่มเข้ายิมเท่านั้น แน่นอนก่อนหน้านั้นอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้น เขาอาจจะได้รับแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างจากใครบางคน หรืออาจจะมีไฟขึ้นมาจากอะไรก็ตาม แต่เขาเพิ่งเริ่มลงมือทำในช่วง3 เดือนสุดท้ายในช่วงปลายปีเท่านั้น
สิ่งที่ผมอยากจะบอกในบทความนี้ก็คือ การตั้งเป้าหมายในปีหน้าเป็นสิ่งที่ดีครับ และถ้าเริ่มต้นทำได้ตั้งแต่ต้นปีมันยอดเยี่ยมมากๆ
แต่ถ้าสุดท้ายคุณยังไม่พบสิ่งที่ทำให้คุณหลงใหล หรือสิ่งที่ทำให้คุณฮึกเหิมอย่าทุ่มพลังลงไปให้กับมัน ผมก็คิดว่าเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องฝืนตั้งเป้าหมายให้ได้ก่อนปีใหม่เลยสักนิด สิ่งที่เราควรทำคือตามหาต่างหาก
ตามหาเป้าหมายนั้นให้เจอ ไม่ใช่ตั้งเป้าหมายที่คิดว่าดี ที่ใครๆบอกว่ามันดี แล้วก็แสร้งทำเป็นว่าฉันจะตั้งใจทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ
ถ้าสิ่งนั้นมันยังไม่มีเสน่ห์มากพอที่จะทำให้คุณทุ่มเทกับมันได้ ก็อย่าเพิ่งเรียกมันว่าเป้าหมายเลยจะดีกว่า
ปีหน้าฉันจะตั้งใจเรียนอย่างนั้นหรอ…มันคือเป้าหมายที่คุณต้องการจริงๆแล้วใช่ไหม มันคือเป้าหมายที่คุณอยากทำให้สำเร็จจริงๆใช่ไหม
เพราะถ้าไม่ใช่ ผมก็คิดว่าเป้าหมายนั้นก็คงจะเป็นเหมือนกับเป้าหมายอื่นๆที่ผ่านมา นั่นคือคุณจะทำมันแล้วก็จะล้มเลิกในที่สุด
ไม่ต้องรีบหรอกครับผม ถ้าตามหาเป้าหมายในช่วงต้นปีไม่เจอ ก็ไม่ต้องไปตั้งมัน ตามหามันไปเรื่อยๆให้เจอ เหมือนกับเพื่อนผมที่มันไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรไว้เลย แต่สุดท้ายกลับพบสิ่งที่อยากจะทุ่มเทให้ในตอนปลายปี แล้วมันเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
อย่างน้อยครั้งหนึ่งฉันเคยมีซิกแพค ประโยคนี้จะกลายเป็นความภูมิใจของเพื่อนผมไปยันแก่ และที่แน่ๆเขาใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น
ผมตั้งใจโพสต์บทความนี้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม เผื่อใครที่เผอิญฟลุ๊คมาอ่านบทความนี้จะได้มีเวลามากพอในการตั้งเป้าหมายชีวิตในปีหน้า
แต่สุดท้ายถ้ามันไม่ทันจริงๆก็ไม่เป็นไรนะครับ ค่อยๆตามหามันไป และถ้าทุกคนคิดดูให้ดีก็จะพบว่า เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่อาจจะไม่ต้องใช้เวลาทั้งปีในการทำให้สำเร็จ
เพราะขนาดซิกแพคยังสร้างได้ภายใน 3 เดือนเลย

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น