นิทาน คำสอนจากชายชราร่ำรวย

 

คำสอนจากชายชราร่ำรวย

วันนี้มีนิทานสอนใจเรื่องหนึ่งจะมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายหนุ่มผู้ยากจนและชายชราปริศนา เป็นเรื่องสั้นๆที่แฝงข้อคิดหวังว่าจะชอบกันนะครับ 


ชายหนุ่มคนหนึ่ง เกิดมายากจนข้นแค้นเป็นอย่างมาก เขารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ในโชคชะตาของตนเองเหลือเกิน วันๆจึงได้แต่นั่งพร่ำเพ้อพรรณนาถึงชีวิตที่แสนยากลำบากของตัวเอง ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ฟัง 


และแล้ววันหนึ่งก็ได้มีชายชราคนหนึ่งเดินผ่านมา เขานั่งลง และตั้งใจฟังปัญหาของชายหนุ่มเป็นอย่างดี 


และแล้วเมื่อฟังจบ ชายชราจึงเอ่ยขึ้นมาว่า พ่อหนุ่มเธอรู้ไหมว่าเธอนั้นเป็นคนที่ร่ำรวยมาก 


ชายหนุ่มได้ฟังก็ถึงกับงง รีบพูดแย้งออกไปในทันที ผมไม่มีเงินติดตัวสักบาทจะร่ำรวยได้อย่างไร 


ชายชราจึงพูดว่า  ถ้าเช่นนั้นแล้ว ฉันขอซื้อดวงตาของเธอทั้งสองข้างได้หรือไม่ เธอจะขายเท่าไหร่ 


เมื่อชายหนุ่มได้ฟังก็โมโห ก่อนที่จะพูดกลับไปว่า จะบ้าหรือยังไงลุง ต่อให้มีเงินมากเท่าไหร่ผมก็ไม่ขายหรอก ถ้าผมขายผมก็ตาบอดน่ะสิ แล้วผมจะมองเห็นสิ่งต่างๆได้อย่างไร 


ชายชราจึงพูดต่อไปว่า ถ้าเช่นนั้นฉันขอซื้อ มือของเธอทั้งสองข้างก็แล้วกัน  เธอจะขายฉันเท่าไหร่ 


ชายหนุ่มได้ฟังก็โมโหก่อนจะพูดกลับไปว่า คุณลุงกวนผมเหรอครับเนี่ย ต่อให้คุณลุงมีเงินมากสักเท่าไหร่ ผมก็ขายไม่ได้หรอก ถ้าผมขายมือทั้งสองข้างของผมไป แล้วผมจะเอามือที่ไหนหยิบจับสิ่งของกันล่ะ 


ชายชราได้ฟังเช่นนั้นก็หัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะพูดว่า เห็นไหมล่ะ พ่อหนุ่ม เธอมีสมบัติล้ำค่า ที่แม้จะมีเงินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถซื้อได้ อยู่กับตัวตั้งมากมาย แล้วเธอจะบอกว่าเธอยากจนได้อย่างไร 


ความจนมันเกิดจากความคิด หากเธอคิดว่าเธอจน เธอก็จะจน จงมองเห็นคุณค่าในตัวเอง แล้วจงนำมันไปใช้ประโยชน์ซะ 


เธอไม่ยอมขายดวงตาของเธอ รวมถึงฝ่ามือของเธอ ทั้งๆที่ วันๆ เธอแทบไม่ได้ใช้มันทำประโยชน์อันใด หรือใช้มันหาเงินได้เลยแม้แต่บาทเดียว 


คุณค่าในชีวิตของเธอ มันขึ้นอยู่กับว่า เธอกำหนดมันอย่างไร 


จงจำเอาไว้ให้ดีเถิด เธอไม่ได้ยากจนเพราะโชคชะตา แต่เธอยากจนเพราะไม่รู้จักใช้สิ่งที่มีไขว่คว้า และเดินเข้าหาโอกาสดีๆ


นิทานสอนใจสั้นๆเรื่องนี้ พยายามจะบอกให้เรามองเห็นคุณค่าในสิ่งที่มี เลิกโทษโชคชะตา ฟ้าลิขิตเสียที จงนำสิ่งที่มีไปต่อยอดแล้วใช้ประโยชน์จากมันซะ 


บางครั้งคนเราก็ยอมจำนนต่อโชคชะตากันง่ายเกินไป ก็เกิดมาจนแล้วนี่จะทำยังไงได้ ก็ต้องใช้ชีวิตจนๆ แบบนี้ต่อไปจนวันตาย 


แต่ถ้าเราลองหันไปมองคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ใครก็ได้ จงเลือกประวัติของใครมาสักคน เราจะพบว่า พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนแต่ไต่เต้าขึ้นมาจากความจนทั้งนั้น 


พวกเขาไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ถ้าทำแล้วล้มเหลวก็จนเหมือนเดิม แต่ถ้าสำเร็จก็รวยไง 


โอกาสเป็นของคนที่ไขว่คว้าครับ คนที่นั่งมองแล้วคิดแต่ว่าอยากได้แต่ก็ยังคงนั่งมองต่อไปโดยไม่ทำอะไร ไม่มีทางได้โอกาสมาครอง 


แม้แต่คนถูกหวยก็ยังต้องลุกขึ้นไปซื้อหวย ไม่ใช่นอนฝันว่าอยากถูกหวยแต่ก็ไม่ยอมซื้อ 


คนอยากมีแฟนสวย เขาต้องลุกเดินไปขอเบอร์คนสวย ไม่ใช่แอบมองอยู่หลังเสาไฟฟ้าแล้วฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้มีแฟนสวย 


จากที่พูดมาจะเห็นเลยใช่ไหมครับว่า มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราทั้งนั้นเลย 


บางครั้งเราโทษโชคชะตามากจนเกินไป กลัวไปซะหมด กลัวจะล้มเหลว กลัวจะเสียใจ กลัวจะเสียเวลา กลัวจะเสียหน้า กลัวๆๆ 


กลัวมากไป จนลืมไปว่า ความจริงเราไม่มีอะไรจะเสียตั้งนานแล้ว 


ก็ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสีย แล้วทำไมต้องกลัว 


เริ่มต้นจากการมองดูสิ่งที่ตนเองมี ข้อดีของเราคืออะไร มองหาช่องทางในการนำไปต่อยอด สร้างโอกาสให้ตัวเอง 


ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างแน่นอน เพราะชะตาชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับฟ้าลิขิต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครทั้งนั้น 


มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเราเอง นี่ก็ใกล้ปีใหม่แล้ว ลองคิดดูให้ดีสักนิดว่าปีหน้าเราจะปล่อยให้ฟ้าลิขิต หรือจะตัดสิทธิ์แล้วหันมาลิขิตชีวิตตัวเอง 



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เลิกเคาะประตูหัวใจของคนอื่นได้แล้ว

เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

เกมลดน้ำหนักที่ดีที่สุด