เล่นเกมแล้วได้อะไร
ผู้ใหญ่ชอบตั้งคำถามว่า เล่นเกมแล้วได้อะไร เด็กหลายคนก็ถึงกับงงไปกันไม่ถูกเลยทีเดียว ก็พยายามคิดถึงเป้าหมายว่าเล่นไปทำไมวุ่นวายไปหมด
แต่ความจริงแล้วถ้ามานั่งไตร่ตรองกันดีๆ เราจะพบว่า คำตอบนั้นมันเรียบง่าย และชัดเจนที่สุด นั่นก็คือ คนเราเล่นเกมก็เพื่อความสนุกเท่านั้นเอง
ดังนั้นคำตอบของคำถามที่ว่า เล่นเกมแล้วได้อะไร ก็ได้ความสนุกไงครับคุณผู้ใหญ่ทั้งหลาย
ความสนุกนี่ล่ะครับ ที่ทำให้เด็กๆ เล่นเกมกันเป็นบ้าเป็นหลัง เล่นเกมกันแบบไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน เล่นเกมกันแทบเป็นแทบตาย
ผมมองว่าสิ่งสำคัญ ไม่ใช่การตั้งคำถามหรอกครับว่า เล่นเกมแล้วได้อะไร เราควรจะตั้งคำถามมากกว่าว่า เราจะนำสิ่งที่ทำแล้วได้อะไร มาประยุกต์ใช้กับการเล่มเกมอย่างไรได้บ้าง
ถ้าการออกกำลังกายมันดีต่อสุขภาพ เราจะทำยังไงให้การออกกำลังกายมันสนุกเหมือนการเล่นเกม
ถ้าการอ่านหนังสือเรียนมันทำให้เราได้เกรดที่ดี เราจะทำยังไงได้บ้างครับ ที่จะทำให้การอ่านหนังสือเรียน สนุกเหมือนกับการเล่นเกมได้
นี่ต่างหากคือสิ่งที่ผู้ใหญ่ควรตั้งคำถาม
ไม่ใช่มาบอกให้เราเลิกเล่นเกม แล้วไปอ่านหนังสือซะ เลิกเล่นเกมแล้วลุกไปออกกำลังกายเดี๋ยวนี้
ถ้าคุณทำให้สิ่งเหล่านั้นสนุกเหมือนกับเกมได้ มีรึเด็กๆจะไม่ทำ
ลองจินตนาการถึงเด็กๆที่อ่านหนังสือเรียนกันเป็นบ้าเป็นหลัง อ่านหนังสือเรียนกันแบบไม่ยอมหลับไม่ยอมนอนอ่านหนังสือเรียนกันแทบเป็นแทบตาย ดูสิครับ
แต่เรื่องแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้หรอก หากคนมานั่งพูดถึงเป้าหมายในชีวิต พูดถึงเรื่องเงินๆทองๆกับเด็กๆ
คุณต้องทำให้มันสนุก คุณต้องทำสิ่งที่คุณคิดว่ามันเป็นประโยชน์ให้มาสนุกเหมือนกับเกม นั่นต่างหากที่จะทำให้เด็กอยากจะทำมัน
เพียงแค่คำคำเดียวสั้นๆ สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไปได้ตลอดกาล นั่นคือคำว่า "สนุก"
ในต่างประเทศมีการทดลองง่ายๆ เกิดขึ้นที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยการเปลี่ยนบันไดธรรมดาให้เป็นบันไดที่มีเสียงเปียโน ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่ที่ขี้เกียจเดินขึ้นบันได ที่มักจะเดินขึ้นบันไดเลื่อนอยู่เสมอ
กลับเปลี่ยนใจเดินขึ้นบันไดกันซะอย่างนั้น
เพราะการเดินขึ้นบันไดปกติมันไม่สนุก มันเหนื่อย คนจึงเลือกที่จะไปขึ้นบันไดเลื่อนกัน
แต่เมื่อวันหนึ่งการเดินขึ้นบันไดธรรมดาที่แสนน่าเบื่อ ดันมีเสียงเปียโนทุกครั้งที่เราก้าวเดิน มันน่าสนุกนะสิครับ
เห็นไหมครับเพียงแค่นี้ ก็ทำให้คนเดินออกกำลังกายแทนที่จะขึ้นบันไดเลื่อนได้แล้ว
วิธีการเนี่ย มันมีแน่ๆ ก็แค่หยิบความสนุกมาใส่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ทำให้มันสนุกไม่ต่างจากการเล่นเกม
เพียงเท่านี้คนก็อยากทำมันแล้ว
แน่นอนว่าหลังจากนี้เราก็ต้องมานั่งคิดกันล่ะครับ ว่าจะทำยังไงให้มันสนุก จะทำยังไงให้การอ่านหนังสือมันสนุก การออกกำลังกายมันสนุก
การกินผักมันสนุก การทำความสะอาดบ้านมันสนุก
แต่ผมเชื่อว่าการคิดหาวิธีการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้มันสนุก มันย่อมดีกว่าการมานั่งตั้งคำถามว่า เล่นเกมแล้วได้อะไร แล้วพอเด็กตอบไม่ได้ ก็บังคับให้เด็กไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่แสนน่าเบื่อ
และสุดท้ายนี้อยากจะฝากไว้นิดนึงครับว่า เกมที่สนุกนั้น ต้องไม่ยากจนเกินไป และไม่มีฮีโร่คนใดที่ชนะเกมแล้วไม่ได้รับรางวัล
จงสร้างความสนุกให้กับสิ่งที่น่าเบื่อ
ถ้าโลกแห่งความเป็นจริงมันสนุก ไม่มีใครอยากอยู่ในโลกแห่งเกมกันหรอกครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น